ตำแหน่งของคุณ Home การบิน

อัฐยายซื้อขนมยายความใจกว้างของรัฐบาลสหรัฐฯสูตรสแกนสล็อต joker ฟรี

อัฐยายซื้อขนมยายความใจกว้างของรัฐบาลสหรัฐฯ【สูตรสแกนสล็อต joker ฟรี】: คุยเฟื่องเ

สูตรสแกนสล็อต joker ฟรี

อัฐยายซื้อขนมยายความใจกว้างของรัฐบาลสหรัฐฯสูตรสแกนสล็อต joker ฟรี

คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

เมื่อพูดถึงวิธีการแก้ไขปัญหาสำคัญทุกๆเรื่อง ดูเหมือนว่าแทบจะไม่มีประเทศใดเลยในโลกนี้ ที่จะมีขีดความสามารถล้ำหน้าสหรัฐอเมริกาได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ ด้านยานอวกาศ การสร้างภาพยนตร์ ด้านนวัตกรรมเครื่องจักรกล หรือแม้แต่ด้านการบันเทิง ทุกอย่างล้วนอยู่ที่สหรัฐอเมริกาแทบทั้งสิ้น

ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาได้มีการถกเถียงกันในวงกว้างถึงเรื่องการผลิตยาแก้โรคระบาดโควิด-19 ที่เป็นแบบเม็ดใช้รับประทานว่าจะมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด โดยคนที่ได้รับเชื้อไวรัสนี้ไม่ต้องเข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือยานี้จะมีประสิทธิภาพสามารถลดการเสียชีวิตลงไปได้ถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ได้หรือไม่?

การวางแผนที่จะประกาศเรื่องยาเม็ดใช้รับประทานที่เป็นความใฝ่ฝันของคนทั่วทุกมุมโลกนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว แรกเริ่มเดิมทีมีการวางแผนที่จะออกมาประกาศตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2021

และแล้วในอีกสามวันต่อมาวันที่ 1 ตุลาคม 2021 “บริษัทเมอร์ค” ก็ได้ออกมาเปิดเผยข่าวใหญ่เกี่ยวกับตัวยาชื่อ “โมลนูพิราเวียร์”ว่าสามารถพิชิตโรคโควิด-19 ได้ โดยผู้ป่วยสามารถนำกลับไปรับประทานรักษาอาการที่บ้านได้ ซึ่งได้กลายเป็นข่าวดังเกรียวกราวฮือฮาไปทั่วทุกมุมโลก!!!

อนึ่งก่อนที่ยาตัวนี้จะกลายเป็นข่าวใหญ่นั้น ปรากฏว่าตัวยานี้ได้มีการทดลองใช้กับผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่ติดโรคโควิด-19 ไปแล้วถึง 775 ราย

เมื่อข่าวเรื่องยาโมลนูพิราเวียร์ ได้ถูกเปิดเผยออกมาปรากฏว่า วิธีการรักษาโรคระบาดจากเชื้อไวรัสโควิด-19ได้เปลี่ยนเกมการต่อสู้โรคร้ายนี้ในทันที ที่ทางการแพทย์ได้วางแผนที่จะให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ระดับเล็กน้อยถึงระดับปานกลาง ลดความเสี่ยงในการรักษา ณ โรงพยาบาล

ดูเหมือนว่ายาโมลนูพิราเวียร์จะเป็นแนวทางใหม่ในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 และยังเป็นทางเลือกที่ง่ายกว่าการให้ยาแอนตีบอดีในการรักษาอีกด้วย

เบื้องหลังความสำเร็จของยาโมลนูพิราเวียร์ที่ถือเป็นนวัตกรรมที่รัฐบาลสหรัฐฯมีส่วนร่วมให้ทุนส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการค้นคว้าศึกษาวิจัยของ Emory University มหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของสหรัฐฯที่ไม่ได้หวังผลกำไร ถือเป็นการพิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์แล้วถึงนวัตกรรมต่างๆที่รัฐบาลสหรัฐฯสนับสนุนในวงกว้าง เพื่อหาทางป้องกันและต่อต้านไวรัสอื่นๆด้วย เช่นไข้หวัดใหญ่ อีโบลาเป็นต้น (จากนิตยสาร STAT ในหัวข้อเรื่อง “A likely new treatment for Covid-19 was made possible by government-funded innovation” by Travis Whitfill, October 5, 2021)

นอกเหนือจากนั้นแล้วรัฐบาลสหรัฐฯก็ยังได้ทุ่มเงินก้อนใหญ่มหาศาลกว่า 23 พันล้านเหรียญในการพิชิตโรคโควิด (จาก Health Affairs ของวันที่ 14 พฤษภาคม 2021)

และตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2021 เป็นต้นไป รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้เซ็นสัญญาร่วมกับบริษัทเมอร์คซื้อยาตัวนี้ โดยราคาของยาตกคอร์สละ 700 เหรียญ หรือสองหมื่นกว่าบาท ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯเซ็นต์สัญญาสั่งซื้อจำนวน 1.7 ล้านคอร์ส ตกเป็นเงิน 1.2 พันล้านเหรียญ เท่ากับว่ารัฐบาลสหรัฐฯเป็นทั้งฝ่ายสนับสนุนให้การช่วยเหลือด้านการวิจัยแถมยังเป็นลูกค้ารายใหญ่ไปในตัวอีกด้วย!!!

อนึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้แถลงว่ารัฐบาลยินดีที่จะทุ่มเงินอย่างเต็มที่เพื่อสวัสดิการของคนอเมริกันทุกๆคน โดยได้ตั้งงบประมาณเพิ่มอีก 65 พันล้านเหรียญ เพื่อเตรียมต่อสู้กับโรคโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ๆต่อไปในอนาคต

อย่างไรก็ตามภายในปีนี้บริษัทเมอร์คมีเป้าหมายในการผลิตยาเม็ดรับประทานนี้ประมาณสิบล้านคอร์ส และมีแผนที่จะผลิตต่อไปอีก 20 ล้านคอร์สในปีหน้า

บริษัทเมอร์คเป็นบริษัทผลิตยาเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ที่ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 1891 โดย “จอร์จ เมอร์ค” ซึ่งเป็นครอบครัวชาวเยอรมันที่พวกเขาได้รับมอบหมายให้เข้าไปจัดตั้งร้านขายในสหรัฐอเมริกา เพื่อขยายธุรกิจผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นดีให้กับบริษัทแม่ในประเทศเยอรมัน โดยมีสำนักงานอยู่ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ ทั้งนี้ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง บริษัทนี้ถูกยึดทรัพย์สินโดยรัฐบาลสหรัฐฯ เนื่องจากมีความเกี่ยวโยงกับเยอรมันนี แต่ต่อมาก็ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่ในปี 1919 หลังจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งยุติลง

จากนั้นเป็นต้นมาบริษัทเมอร์ค ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในการค้นคว้าหลายๆด้านอาทิเช่น การค้นพบคอร์ติโซน วิตามินบี 12 และยาสเตรปโตมัยซิน ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะสำหรับวัณโรค ในที่สุดบริษัทเมอร์คเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นบริษัทเภสัชกรรมที่ทรงอิทธิพลสูงที่สุด!!!

ทันทีที่บริษัทเมอร์ค สามารถผลิตยาเม็ดชนิดรับประทานใช้ในการรักษาโรคโควิด- 19 ออกมาได้เป็นผลสำเร็จ ก็ได้กลายเป็นตัวจุดประกายสร้างชื่อเสียงให้โด่งดังขจรไกลไปทั่วโลก

และในที่สุดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2021 บริษัทเมอร์คได้ยื่นขอรับรองให้ยาโมลนูพิราเวียร์เป็นยาเม็ดที่ใช้รับประทานตัวแรก เพื่อรักษาโรคโควิด-19 สำหรับผู้ป่วยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป

ทั้งนี้ปรากฏว่า ได้มีประเด็นเกี่ยวกับประเทศที่มีรายได้น้อยแต่ต้องการที่จะได้รับยาตัวนี้ โดยบริษัทเมอร์คได้ออกมาตอบว่า ทางบริษัทจะต้องได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก (WHO)เสียก่อน โดยเมอร์คก็มิได้นิ่งนอนใจ เพราะมีเป้าหมายที่จะให้ตัวยานี้เข้าถึงประเทศต่างๆทั่วโลก!!!

อนึ่งบริษัทเมอร์คได้ยื่นเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) เพื่อขอให้อนุมัติรับรองยาเม็ดโมลนูพิราเวียร์ โดยบริษัทเมอร์คกล่าวอ้างว่า ยาตัวนี้ใช้งานได้ดีในขั้นทดลองทางคลินิกมาแล้ว

ทั้งนี้ “นายแพทย์อัลเบิร์ต ชอว์” “Albert Shaw” ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ณ มหาวิทยาเยล ได้ออกมากล่าวว่า “ยาตัวนี้ถือเป็นความก้าวหน้าที่มีศักยภาพสูง” โดยดร.ชอว์ให้ทรรศนะว่า “จะเป็นตัวยาที่แพทย์สามารถเขียนใบสั่งให้คนไข้ไปหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป”

ปรากฏว่า แพทย์ทั่วไปต่างตื่นเต้นกับนวัตกรรมของยาตัวใหม่นี้ เพราะทานวันละ2 ครั้ง ติดต่อกันในระยะเวลาเพียง 5 วัน ง่ายกว่าการรักษาด้วยวิธีการสกัดเอาเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วนำมาฉีดเข้าไปสู่ร่างกายของคนเราเสียอีก!!!

และเป็นที่คาดการณ์กันว่าในปลายปีนี้ยาเม็ดนี้จะได้รับการรับรองจาก FDA โดย “ดร.แอนโทนี ฟาวซี” ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมที่ปรึกษาทางการแพทย์ของ “ประธานาธิบดีโจ ไบเดน” ได้แถลงเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2021 ที่ผ่านมานี้ว่า ยังไม่สามารถระบุวันเวลาว่ายาตัวนี้จะได้รับการอนุมัติเป็นที่แน่นอนเมื่อใด?

แต่บริษัทเมอร์คก็ได้ออกมากล่าวถ้อยแถลงตอบกลับไปว่า “เมื่อใดก็ตามที่ยาตัวนี้ได้รับการรับรอง ทางบริษัทก็จะผลิตออกมาสำหรับคนไข้สิบล้านคนในทันที”

สำหรับบริษัทไฟเซอร์ ก็มีกระแสข่าวเล็ดลอดออกมาเช่นกันว่า กำลังเร่งพัฒนาในการผลิตยาเม็ดด้วยเช่นกัน และคาดว่าจะประกาศผลออกมาในอีกสองสามเดือนข้างหน้า และหากเป็นเช่นนั้นจริงๆเท่ากับว่าบริษัทไฟเซอร์ ก็จะกลายเป็นคู่แข่งอันน่ากลัวของบริษัทเมอร์คในทันใด

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้น จะเห็นได้ว่านวัตกรรมแนวทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคโควิด-19 โดยใช้ยาเม็ดรับประทานลดความยุ่งยากและลดต้นทุนในทุกๆด้าน ซึ่งเป็นการพิสูจน์ได้อย่างดีอีกครั้งหนึ่งว่า การสนับสนุนทุนวิจัยของรัฐบาลสหรัฐฯก็มีส่วนสำคัญในการหาหนทางรักษาโรคแทบทุกประเภท นอกเหนือจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯควักทุนสนับสนุนแล้ว ในเวลาเดียวกันรัฐบาลสหรัฐฯก็ยังเป็นลูกค้ารายใหญ่อีกด้วย และเมื่อมองหันกลับมาที่ประเทศชาติของเราในขณะนี้ที่เชื้อไวรัสร้ายกำลังแพร่ระบาดอย่างน่าหวาดกลัว รัฐบาลไทยก็ควรจะมีจิตใจที่กว้างขวางเข้าไปช่วยเหลือสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยแก่มหาวิทยาลัยเอกชนให้มากยิ่งๆขึ้น ไม่เพียงมุ่งแต่สนับสนุนมหาวิทยาลัยของภาครัฐเพียงอย่างเดียว เพราะคนไทยก็มีความเก่งกาจไม่แพ้ชาติอื่นละครับ

สูตรสแกนสล็อต joker ฟรี อัฐยายซื้อขนมยายความใจกว้างของรัฐบาลสหรัฐฯ

本文来自网络,不代表เล่นบาคาร่า บาคาร่าทดลอง立场,转载请注明出处:http://as-forum.com/2021/334.html

ประพันธ์: aphelon

联系我们

联系我们

0898-88881688

在线咨询: QQ交谈

邮箱: email@wangzhan.com

工作时间:周一至周五,9:00-17:30,节假日休息

关注微信
微信扫一扫关注我们

微信扫一扫关注我们

关注微博
กลับไปด้านบน